เจาะปฏิทินจ้างงานบ้านลุงแซม เมื่อซานต้าจ้างคนเก่งกว่าอีสเตอร์บันนี่แล้วเฟดจะเอายังไงกับดอกเบี้ย
เจาะปฏิทินจ้างงานบ้านลุงแซม เมื่อซานต้าจ้างคนเก่งกว่าอีสเตอร์บันนี่แล้วเฟดจะเอายังไงกับดอกเบี้ย
สวีดัส เอ้ย! สวัสดีครับเหล่าเฮียๆ เสี่ยๆ เจ้าของร้านทองทุกท่าน วันศุกร์สุดสัปดาห์แบบนี้ ผม อดีตนักศึกษา LSE ที่ผันตัวมาเป็นนักเล่าเรื่องเศรษฐกิจให้เข้าใจง่ายเหมือนปอกกล้วย (หรือจะให้เหมือนตอกลายทองดี?) จะมาชวนส่องตัวเลขที่ทำเอาลุงพาวเวลล์แห่งธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องกุมขมับกันทุกต้นเดือน นั่นก็คือ “ตัวเลขการจ้างงาน” แต่เราจะไม่ดูกันแบบธรรมดาๆ ครับ เราจะมาดูกันแบบตามฤดูกาล ตามเทศกาลกันไปเลย เพราะเอาเข้าจริง เศรษฐกิจอเมริกาก็มีฤดูเหมือนทุเรียนบ้านเรานี่แหละครับ!

ฤดูจ้างงานมหาสนุก: ปาร์ตี้ปลายปีของซานตาคลอส
พอเข้าไตรมาส 4 ของทุกปี ลุงแซมแกจะคึกคักเป็นพิเศษ เหมือนร้านทองช่วงตรุษจีนไม่มีผิดครับ พูดง่ายๆ ก็คือมันเป็นช่วง “โกย” ของฝั่งค้าปลีกเค้าล่ะครับ
- Black Friday ยันคริสต์มาส: ช่วงนี้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon หรือ Walmart จะจ้างพนักงานชั่วคราวเพิ่มเป็นแสนๆ ตำแหน่งเพื่อแพ็คของ ส่งของกันมือเป็นระวิง ตัวเลขจ้างงานเลยพุ่งกระฉูดเหมือนราคาทองตอนมีข่าวสงคราม ทำให้เฟดมองแล้วอาจจะใจร้อน คิดว่าเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไปหรือเปล่า จนอยากจะขึ้นดอกเบี้ยสกัดความร้อน
- ปัญหาคือ: มันเป็นความร้อนแรงแบบ “ชั่วคราว” ครับ เหมือนลูกค้าแน่นร้านแค่วันจ่าย-วันไหว้ พอหมดเทศกาลก็กลับสู่โหมดปกติ เฟดเองก็รู้ดี แต่ตลาดหุ้นกับตลาดทองนี่สิครับ บางทีก็ตื่นตูมไปก่อน เหมือนเห็นคนมุงหน้าร้านก็นึกว่าทองจะหมดแผงแล้ว
- ตัวเลขที่ต้องดู: ข้อมูลจาก CNBC มักจะรายงานแผนการจ้างงานช่วงวันหยุดของบริษัทค้าปลีก ซึ่งเป็นเหมือนหนังตัวอย่างให้เราเห็นภาพรวมได้ก่อนใครเพื่อนครับ
ฤดูซบเซาหลังปาร์ตี้: มกรากุมภาพาฟ้าจะร้องไห้
พอผ่านปีใหม่ไปปุ๊บ บรรยากาศก็จะกลับมาวังเวงเหมือนเยาวราชหลังห้าทุ่ม พนักงานชั่วคราวที่จ้างมาก็ถึงเวลาแยกย้าย ตัวเลขการจ้างงานที่ประกาศช่วงต้นปีเลยมักจะออกมาดูไม่จืดเท่าไหร่
- The Great Layoff: ไม่ใช่การไล่ออกครั้งใหญ่อะไรหรอกครับ แต่เป็นแค่การสิ้นสุดสัญญาจ้างงานชั่วคราว ตัวเลขคนว่างงานอาจจะดีดตัวขึ้นชั่วขณะ ทำให้ตัวเลขจ้างงานโดยรวมดูอ่อนแอ
- มุมมองของเฟด: ลุงพาวเวลล์แกไม่ตกใจง่ายๆ กับเรื่องนี้ครับ เพราะมันเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Seasonal Adjustment” หรือการปรับค่าตามฤดูกาลที่นักเศรษฐศาสตร์เค้าทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าตัวเลขมัน หดตัวแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้มากๆ อันนี้ก็น่าคิด ว่าเศรษฐกิจอาจจะเริ่มแผ่วจริงๆ ไม่ใช่แค่เมาค้างจากปาร์ตี้ปีใหม่
- ข้อสังเกตสำหรับร้านทอง: ช่วงนี้แหละครับที่เป็นช่วงวัดใจ ถ้าตลาดตีความว่าเศรษฐกิจแย่จริง อาจจะเริ่มมีการคาดการณ์ว่าเฟดอาจต้องลดดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งเป็นข่าวดีกับพี่ทองของเราโดยตรง

ฤดูร้อนหรรษา: เด็กฝึกงานและนักท่องเที่ยวบุก!
พอเข้าช่วงซัมเมอร์ (มิถุนา - สิงหา) เศรษฐกิจก็จะกลับมาคึกคักอีกรอบ แต่เป็นคนละฟีลกับช่วงปลายปี คราวนี้เป็นคิวของธุรกิจท่องเที่ยว บริการ และการก่อสร้างที่กลับมาบูมครับ
- Summer Jobs: นักเรียนนักศึกษาปิดเทอม ออกมาหางานพิเศษทำกันให้พรึ่บ ตั้งแต่พนักงานร้านไอศกรีมไปจนถึงไลฟ์การ์ดตามสระว่ายน้ำ ทำให้ตัวเลขจ้างงานภาคบริการ พุ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- การท่องเที่ยวและการก่อสร้าง: อากาศดีๆ ทำให้คนออกเดินทางและโครงการก่อสร้างต่างๆ เดินหน้าเต็มกำลัง ซึ่งข้อมูลพวกนี้สามารถติดตามได้จากรายงานของ Federal Reserve Beige Book ที่จะสำรวจภาวะเศรษฐกิจในแต่ละเขต ซึ่งให้ภาพที่ละเอียดกว่าตัวเลขรวมๆ ครับ
- เฟดมองยังไง?: เหมือนเดิมครับ เฟดจะมองทะลุปัจจัยฤดูกาลเหล่านี้ไปดู “แก่น” ของตลาดแรงงานจริงๆ เช่น การจ้างงานเต็มเวลา (Full-time) เพิ่มขึ้นไหม ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเป็นอย่างไร ถ้าค่าจ้างโตเร็วเกินไป อันนี้น่ากังวลกว่าจำนวนเด็กเสิร์ฟที่เพิ่มขึ้นเยอะครับ เพราะมันคือสัญญาณของเงินเฟ้อที่อาจจะฝังรากลึก
สรุปแบบภาษาช่างทอง: เราจะดูอะไรกันแน่?
ถึงตรงนี้เฮียๆ คงเริ่มเกาหัวแล้วว่า “แล้วตกลงจะให้ดูอะไรวะเนี่ย!?” ใจเย็นๆ ครับ ผมสรุปให้ง่ายๆ เหมือนชั่งน้ำหนักทองเลย
- อย่าอินกับตัวเลขรายเดือนเกินไป: ให้มองเป็นเทรนด์ระยะกลางถึงยาว เหมือนเราดูลายทอง ไม่ได้ดูแค่ประกายไฟตอนเผา ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งจริงๆ คือการจ้างงานโตต่อเนื่องหลายๆ เดือน ไม่ใช่พุ่งเดือนเดียวแล้วหาย
- จับตา “ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง” (Average Hourly Earnings): ตัวนี้สำคัญกว่าจำนวนตำแหน่งงานอีกครับ ถ้าค่าจ้างพุ่งแรงไม่หยุด เฟดจะมองว่าเป็นเชื้อไฟชั้นดีของเงินเฟ้อ และอาจจะต้องใช้ยาแรงอย่างการขึ้นดอกเบี้ยมาจัดการ ซึ่งปกติแล้วจะไม่ค่อยถูกโฉลกกับราคาทองเท่าไหร่ ตามข้อมูลของ Kitco News ที่มักวิเคราะห์ปัจจัยนี้เสมอ
- มองภาพใหญ่: อย่าลืมว่าช่วงนี้เป็นช่วงปลายไตรมาส 1 กองทุนใหญ่ๆ ทั่วโลกกำลังปรับพอร์ตกันฝุ่นตลบ บวกกับธนาคารกลางหลายประเทศยังแอบเก็บทองเข้าคลังเรื่อยๆ เหมือนที่ World Gold Council รายงานตลอด ดังนั้น ต่อให้เฟดจะส่งสัญญาณอะไรออกมา ปัจจัยอื่นๆ ก็ยังพร้อมจะเข้ามาอุ้มราคาทองได้เสมอครับ