ตำนานสองเจ้าสัวที่ผมไม่เคยลืม เมื่อทองคำของเสี่ยเม้งตบหน้าพันธบัตรกันเงินเฟ้อของเพื่อนฝรั่ง
บทวิเคราะห์ 1 มี.ค. 2569 16:32 18 ครั้ง

ตำนานสองเจ้าสัวที่ผมไม่เคยลืม เมื่อทองคำของเสี่ยเม้งตบหน้าพันธบัตรกันเงินเฟ้อของเพื่อนฝรั่ง

นิทานสองโลก: เรื่องของทองคำในมือเฮียกับกระดาษในมือเพื่อน

ผมจำมื้อค่ำวันนั้นที่นิวยอร์กได้ดีครับ วันที่ผมนั่งอยู่ระหว่างเพื่อนสองคน คนหนึ่งคือ 'เสี่ยเม้ง' เจ้าของห้างทองรุ่นที่สามจากเยาวราชที่ผมนับถือเหมือนพี่ชาย อีกคนคือ 'จอห์น' เพื่อนเก่าสมัยเรียนปริญญาโทด้านการเงินที่ตอนนี้เป็นผู้จัดการกองทุนมือฉมังในวอลล์สตรีท บทสนทนาวันนั้นวนมาเรื่องการปกป้องความมั่งคั่งจากสิ่งที่น่ากลัวที่สุด นั่นคือ 'เงินเฟ้อ' จอห์นพูดอย่างมั่นใจว่ายุคนี้ต้อง Treasury Inflation-Protected Securities (TIPS) เท่านั้น มันคือพันธบัตรรัฐบาลอเมริกันที่ออกแบบมาสู้เงินเฟ้อโดยตรง เมื่อเงินเฟ้อขึ้น มูลค่าเงินต้นของพันธบัตรก็จะปรับเพิ่มขึ้นตาม เขาบอกว่ามันคืออาวุธของนักลงทุนยุคใหม่ ส่วนเสี่ยเม้งแค่ยิ้มมุมปากแล้วลูบแหวนทองเกลี้ยงที่นิ้วนางข้างซ้ายของเขาเบาๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาของเฮียมันบอกทุกอย่างแล้วครับ

เดิมพันที่แตกต่างระหว่างทองแท่งกับตัวเลขดิจิทัล

จอห์นอธิบายอย่างละเอียดว่า TIPS ทำงานยังไง ตามข้อมูลจาก U.S. Treasury มันคือการเดิมพันกับตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของรัฐบาล ถ้า CPI สูงขึ้น คนถือ TIPS ก็จะได้เงินต้นคืนมากขึ้นตอนครบกำหนด แถมยังได้ดอกเบี้ยระหว่างทางอีกด้วย เขาบอกว่ามันคือ 'เกราะกันเงินเฟ้อที่ฉลาดที่สุด' เพราะมันผูกกับตัวเลขเงินเฟ้อทางการแบบตรงไปตรงมา ในขณะที่ทองคำนั้น 'ไร้เหตุผล' และ 'เป็นของเก่า' ในสายตาเขา แต่สำหรับเสี่ยเม้ง ทองคำไม่ใช่แค่สินทรัพย์ครับ มันคือคำสาบาน คือมรดก คือสิ่งที่จับต้องได้และพิสูจน์ตัวเองมาแล้วหลายพันปี เฮียเชื่อในน้ำหนักที่อยู่ในมือ ไม่ใช่ตัวเลขบนจอคอมพิวเตอร์

เดิมพันที่แตกต่างระหว่างทองแท่งกับตัวเลขดิจิทัล

เมื่อพายุเงินเฟ้อมาเยือนจริงๆ

แล้ววันนั้นก็มาถึงครับ สองสามปีต่อมา พายุเงินเฟ้อโหมกระหน่ำไปทั่วโลก ช่วงแรกๆ ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะคิดถูก จอห์นโทรมาอวดผมว่าพอร์ต TIPS ของเขามูลค่าเงินต้นพุ่งกระฉูดตามเงินเฟ้อที่ร้อนแรง ส่วนที่ร้านของเสี่ยเม้งก็คึกคักไม่แพ้กัน คนไทยแห่กันมาซื้อทองเพื่อหนีตายจากค่าเงินที่อ่อนลง ราคาทองในประเทศพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง ทองแท่งขายออกบ้านเราวิ่งจาก 70,000 ไป 75,000 อย่างรวดเร็ว ทุกคนดูเหมือนจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้

จุดพลิกผันที่ตำราไม่ได้สอน

แต่แล้วจุดเปลี่ยนที่แท้จริงก็มาถึง เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างบ้าคลั่งเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ตามที่สำนักข่าวอย่าง Reuters รายงานไปทั่วโลก การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ทำให้ 'อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง' (Real Yield) ของพันธบัตรรุ่นใหม่ๆ สูงขึ้น และนั่นคือหายนะของคนถือพันธบัตรตัวเก่าอย่างจอห์นครับ พูดง่ายๆ ก็คือ พันธบัตร TIPS ที่จอห์นถืออยู่ แม้มูลค่าเงินต้นจะปรับขึ้นตามเงินเฟ้อ แต่มูลค่าตลาดของมันกลับดิ่งเหว เพราะของใหม่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ใครจะอยากมาซื้อของเก่าต่อจากเขาในราคาเดิมล่ะครับ พอร์ตของเขากลายเป็นขาดทุนทางบัญชีมหาศาลในทันที

ทำไมทองคำของเสี่ยเม้งถึงยิ้มได้

ในขณะที่จอห์นกำลังปวดหัวกับตัวเลขสีแดงบนหน้าจอ ผมโทรหาเสี่ยเม้ง เสียงเฮียดูสบายใจมาก เฮียเล่าว่า "ถึงราคาทองในตลาดโลก (USD) จะโดนกดดันจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่มันมีอีกปัจจัยที่ฝรั่งไม่เข้าใจ" นั่นคือ 'ค่าเงินบาท' ครับ การที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยแรงๆ ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าสุดขีด และเงินบาทของเราก็อ่อนยวบลงอย่างที่เห็นกันตามข้อมูลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย สมมติว่าราคาทองโลก ลดลง 5% แต่ถ้าเงินบาท อ่อนค่าลง 10% เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาท ราคาทองบ้านเรากลับ เพิ่มขึ้นเกือบ 5% นี่คือเกราะชั้นที่สองที่ TIPS ไม่มีวันให้ได้ครับ

ทำไมทองคำของเสี่ยเม้งถึงยิ้มได้

บทสรุปจากสนามรบจริงถึงคนวงการทอง

เรื่องนี้สอนผมและน่าจะเป็นบทเรียนให้พวกเราชาวร้านทองได้เป็นอย่างดีครับว่า สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุด ไม่ได้มีสูตรสำเร็จเดียว แต่มันขึ้นอยู่กับว่า 'เรายืนอยู่ที่ไหนบนแผนที่โลก' ในระบบเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ ที่มีตลาดการเงินลึกและซับซ้อน TIPS อาจเป็นเครื่องมือที่ดี แต่สำหรับประเทศไทย ที่ตลาดพันธบัตรลักษณะนี้ยังไม่แพร่หลายสำหรับรายย่อย และสกุลเงินของเราผูกติดกับชะตากรรมของเงินดอลลาร์อย่างแยกไม่ออก ทองคำในรูปแบบกายภาพจึงไม่ใช่แค่เครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ แต่เป็น 'เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน' ที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่เรามี มันคือภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น และมันได้พิสูจน์ตัวเองแล้วในสนามจริง ไม่ใช่แค่ในตำราเรียน

ดังนั้น ครั้งหน้าที่เราส่งมอบทองให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นทองแท่งหนัก 1 บาท หรือสร้อยคอหนัก 2 สลึง ขอให้ภูมิใจเถอะครับว่าสิ่งที่เราส่งมอบนั้นมันเป็นมากกว่าแค่โลหะสีเหลือง แต่มันคือเกราะป้องกันความมั่งคั่งที่เหมาะกับบริบทของคนไทยอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่กระดาษของฝรั่งให้เราไม่ได้ครับ

แท็ก: #ค่าเงินบาท #เศรษฐกิจไทย #วิเคราะห์ทองเชิงลึก #เรื่องเล่าร้านทอง #ทองคำกับเงินเฟ้อ #เปรียบเทียบการลงทุน #TIPSคืออะไร #เกราะป้องกันความมั่งคั่ง #บทเรียนจากวอลล์สตรีท #ภูมิปัญญาเยาวราช