เปิดกรุลายแทงขุมทรัพย์ทองคำระดับโลกที่ยังไร้เงา เผื่อเฮียๆ จะเบื่อตอกลายแล้วไปหยิบจอบแทน
พักเรื่องสเปรดราคารายวัน แล้วมาฝันถึงทองคำกองเท่าภูเขากันดีกว่าครับ
ว่ากันตรงๆ นะครับพี่ๆ น้องๆ ชาวร้านทองทุกท่าน ในแต่ละวันเราก็วุ่นอยู่กับตัวเลขบนจอ Gold Spot ที่วิ่งขึ้นลงไวกว่าชีพจรคนติดดอยคริปโต ไหนจะค่ากำเหน็จลายใหม่ ไหนจะลูกค้าที่มาถามว่า 'ทำไมวันนี้ทองลง' ทั้งที่เพิ่งขึ้นไปเมื่อวาน (ฮา) วันนี้ผมในฐานะอาจารย์ผู้คลุกคลีกับเรื่องทองๆ มาทั้งชีวิต เลยอยากจะชวนทุกท่านพักสมอง มาฟังเรื่องราวของทองคำอีกมิติหนึ่ง...มิติที่ยังไม่มีใครได้เป็นเจ้าของ มันคือ สุดยอดขุมทรัพย์ทองคำในตำนานที่ยังคงรอการค้นพบ รับรองว่าฟังจบแล้ว บางท่านอาจจะอยากปิดร้านไปเช่าเครื่องตรวจจับโลหะเลยก็ได้ครับ
1. เรือมหาสมบัติ San José: โกดังทองลอยน้ำที่จมหายไป 300 ปี
นี่ไม่ใช่แค่เรือขนทองธรรมดาๆ นะครับ แต่มันคือเรือธงของกองเรือมหาสมบัติสเปนที่ชื่อว่า San José เรื่องของเรื่องคือในปี 1708 เรือลำนี้กำลังขนทรัพย์สมบัติที่ไปขูดรีดมาจากอาณานิคมในอเมริกาใต้กลับสเปน แต่ดันโดนกองเรืออังกฤษดักโจมตีจนจมลงสู่ก้นทะเลแคริบเบียน ของที่อยู่ในนั้นน่ะเหรอครับ? เบาๆ ครับ
- ทองคำ เงิน และมรกต: ประเมินมูลค่าปัจจุบันอยู่ที่ราวๆ $17,000 - $20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ อ่านไม่ผิดครับ...หมื่นล้านเหรียญ! (National Geographic)
- สถานะปัจจุบัน: ในปี 2015 รัฐบาลโคลอมเบียประกาศว่าเจอซากเรือแล้ว! แต่เรื่องยังไม่จบง่ายๆ เพราะตอนนี้กลายเป็นสมบัติผลัดกันชม เมื่อโคลอมเบีย สเปน และบริษัทเอกชนจากสหรัฐฯ กำลังฟ้องร้องกันนัวเนียเพื่อแย่งสิทธิ์ในสมบัติ พูดง่ายๆ ก็คือ หาเจอแล้วแต่ยังเอาขึ้นมาไม่ได้ บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า การหาทองอาจจะง่ายกว่าการเคลียร์เอกสารราชการครับ

2. ขุมทองของนายพลยามาชิตะ: ตำนานยุคสงครามโลกที่ยังคงร้อนแรง
เรื่องนี้เหมือนพล็อตหนังฮอลลีวูดเลยครับ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายพล โทโมยูกิ ยามาชิตะ ได้บุกยึดประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแน่นอนว่าก็ขนเอาทรัพย์สินมีค่ากลับไปด้วย ว่ากันว่าทองคำและของมีค่าที่ปล้นมานั้นมีมหาศาลจนส่งกลับญี่ปุ่นไม่ทัน เลยต้องหาที่ซ่อนไว้ตามถ้ำและอุโมงค์ลับต่างๆ ในฟิลิปปินส์
- มูลค่าโดยประมาณ: ไม่มีใครรู้ตัวเลขที่แน่ชัด แต่คาดการณ์กันว่าอาจมีมูลค่า หลายแสนล้านเหรียญสหรัฐ หรืออาจจะมากกว่านั้นอีกครับ (History.com)
- ความจริงหรือนิยาย?: เรื่องนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ มีคนอ้างว่าเคยเจอส่วนหนึ่งของสมบัติ แต่ส่วนใหญ่ก็จบลงด้วยเรื่องเศร้าหรือไม่ก็โดนหลอก มันกลายเป็นตำนานที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมการล่าสมบัติในฟิลิปปินส์มาจนถึงทุกวันนี้ เอาจริงๆ แล้ว ถ้าถามผมว่ามีจริงไหม? ผมว่าความเชื่อเรื่องนี้แข็งแกร่งไม่แพ้ความเชื่อที่ว่า 'ซื้อทองตอนบาทอ่อนยังไงก็กำไร' เลยครับ (ฮา)

3. ค่าไถ่ของจักรพรรดิ Atahualpa: ทองเต็มห้องที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ย้อนกลับไปในยุคที่จักรวรรดิอินคายิ่งใหญ่ Francisco Pizarro นักสำรวจชาวสเปนได้จับตัวจักรพรรดิองค์สุดท้ายนามว่า Atahualpa เป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับอิสรภาพ จักรพรรดิอินคาได้ยื่นข้อเสนอที่โลกต้องจารึก นั่นคือการเติมทองคำให้เต็มห้องที่พระองค์ถูกคุมขังอยู่ 1 ครั้ง และเติมเงินให้เต็มห้องเดียวกันอีก 2 ครั้ง! ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ ห้องนั้นมีขนาดประมาณ 22x17x8 ฟุต
- ปริมาณทองคำ: คิดเป็นปริมาตรแล้วน่าจะหนักหลายสิบตัน หรืออาจถึง 60 ตัน ตามการประมาณการบางแหล่ง (Ancient Origins) ทองรูปพรรณในร้านเฮียๆ รวมกันทั้งเยาวราชอาจจะยังไม่เท่านี้เลยนะครับ
- จุดจบสุดคลาสสิก: ชาวอินคาขนทองมาให้ตามสัญญา แต่ Pizarro ก็คือ Pizarro ครับ เบี้ยวซะงั้น! เขาสั่งประหารจักรพรรดิ Atahualpa แล้วก็หลอมทองคำส่วนใหญ่ส่งกลับสเปน แต่เชื่อกันว่ายังมีทองคำอีกจำนวนมากที่ชาวอินคานำไปซ่อนไว้ก่อนจะส่งมอบ และมันไม่เคยถูกค้นพบอีกเลย
แล้วเราเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้?
เห็นไหมครับว่าโลกของทองคำมันมีอะไรมากกว่าแค่การวิเคราะห์กราฟ Non-Farm Payrolls หรือดัชนี VIX ที่ทำเอาใจหายใจคว่ำกันทุกต้นเดือน ตำนานเหล่านี้คือเครื่องย้ำเตือนว่า 'มูลค่า' ที่แท้จริงของทองคำนั้นผูกพันกับประวัติศาสตร์ อำนาจ และความโลภของมนุษย์มาทุกยุคทุกสมัย
ถึงแม้เราอาจจะไม่ได้มีโอกาสไปขุดสมบัติเหล่านี้ (เพราะแค่หาที่จอดรถเยาวราชก็ยากแล้ว) แต่อย่างน้อยเรื่องราวเหล่านี้ก็ทำให้ทองคำในมือเราดูมีเสน่ห์ขึ้นอีกเป็นกองเลยใช่ไหมครับ เพราะทุกครั้งที่เราตอกลาย สลักชื่อ หรือส่งมอบทองให้ลูกค้า เราไม่ได้แค่ซื้อขายโลหะมีค่า แต่เรากำลังส่งต่อตำนานที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติ...เอ้า พูดซะหล่อเลย ขอตัวไปเช็คราคาจาก สมาคมค้าทองคำ ก่อนนะครับ!