จากทองแท่งในกำมือสู่อักษรบนจอ แกะรอยตำนาน Gold ETF ล้างความเชื่อนอกตำราที่มือใหม่ต้องฟัง
ความรู้ทองคำ 22 ก.พ. 2569 14:01 11 ครั้ง

จากทองแท่งในกำมือสู่อักษรบนจอ แกะรอยตำนาน Gold ETF ล้างความเชื่อนอกตำราที่มือใหม่ต้องฟัง

พี่ชวนคุย: ย้อนอดีตทองคำ ทุบมายาคติที่คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิด

วันอาทิตย์สบายๆ แบบนี้ เหมาะจะมานั่งวางแผนการลงทุนกันใช่ไหมครับน้องๆ หลายคนพอเริ่มสนใจทองคำ ก็มักจะได้ยินคำพูดติดหูว่า 'ซื้อทองจริงเก็บสิ ดีที่สุด' หรือไม่ก็ 'ยุคนี้ต้องทองกระดาษสิ ซื้อง่ายขายคล่อง' แล้วไอ้เจ้า Gold ETF ที่เขาพูดกันเนี่ย มันคืออะไรกันแน่? ใช่ทองจริงหรือเปล่า? วันนี้ในฐานะพี่ที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและคลุกคลีกับเรื่องนี้มานาน จะขออาสาพาน้องๆ นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปดูวิวัฒนาการของมัน พร้อมกับ 'ทุบ' ความเชื่อผิดๆ ที่เราอาจเคยได้ยินมาให้กระจ่างกันไปเลยครับ

ยุคบรรพกาล (ก่อนปี 2003): ตำนาน 'ทองแท่งคือพระเจ้า' ที่มีรอยร้าวซ่อนอยู่

ก่อนอื่นเราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งก่อนว่า ในอดีต การลงทุนทองคำหมายถึงการเดินไปที่ร้านทอง ควักเงินสด แล้วรับทองแท่งหรือทองรูปพรรณกลับมานอนกอดที่บ้าน ความเชื่อที่ว่า 'การถือทองคำจริงไว้ในมือคือความปลอดภัยสูงสุด' จึงฝังรากลึกมานาน แต่เดี๋ยวก่อน... นั่นคือภาพทั้งหมดจริงหรือ? นี่คือมายาคติข้อแรกที่พี่อยากจะชี้ให้เห็นครับ

เอาเข้าจริงๆ แล้ว การครอบครองทองคำแท้ๆ มันมีต้นทุนแฝงและความเสี่ยงที่หลายคนมองข้ามไปไม่น้อยเลยครับ

  • ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย: การเก็บทองจำนวนมากไว้ที่บ้านมันล่อตาล่อใจโจรขนาดไหน คงไม่ต้องให้พี่อธิบายเพิ่มนะครับ
  • ต้นทุนการจัดเก็บ: ถ้าไม่อยากเสี่ยง ก็ต้องไปเช่าตู้เซฟที่ธนาคาร ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายรายปี ไม่ใช่ของฟรี
  • สภาพคล่องและความยุ่งยาก: เวลาจะขายทีก็ต้องเดินทางไปที่ร้าน ต้องเสียเวลาตรวจสอบ แถมยังมีส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย (Bid-Ask Spread) ที่ค่อนข้างกว้าง โดยเฉพาะทองรูปพรรณที่จะโดนหักค่ากำเหน็จและค่าเสื่อมสภาพอีก มันไม่ได้ปลอดภัยไร้กังวล 100% อย่างที่เชื่อกัน แต่มันคือสินทรัพย์ที่จับต้องได้ซึ่งมาพร้อมกับภาระที่ต้องดูแลครับ

ยุคบรรพกาล (ก่อนปี 2003): ตำนาน 'ทองแท่งคือพระเจ้า' ที่มีรอยร้าวซ่อนอยู่

ยุคปฏิวัติ (ปี 2003-2004): กำเนิด Gold ETF และมายาคติ 'ทองกระดาษลวงโลก'

แล้วโลกการลงทุนทองคำก็เปลี่ยนไปตลอดกาลครับ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2003 ที่ประเทศออสเตรเลีย ได้มีการเปิดตัว Gold Exchange Traded Fund (ETF) กองแรกของโลก และตามมาด้วยกองทุนที่โด่งดังที่สุดอย่าง SPDR Gold Shares (GLD) ในสหรัฐอเมริกาช่วงปลายปี 2004 พอนวัตกรรมนี้เกิดขึ้นปุ๊บ มายาคติข้อที่สองก็ถือกำเนิดขึ้นทันที นั่นคือ 'Gold ETF มันก็แค่กระดาษเปล่าๆ ไม่มีทองจริงหนุนหลังหรอก'

ความคิดนี้ ผิดถนัดเลยครับ! หลักการของ Gold ETF ที่น่าเชื่อถือ พูดง่ายๆ ก็คือ 'กองทุน' ที่ระดมเงินจากนักลงทุนทั่วโลกไปซื้อ ทองคำแท่งจริงๆ มาเก็บไว้ในห้องนิรภัยที่มีการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด (Super-secure vault) อย่างของกองทุน GLD ก็มีทองคำจริงหนุนหลังอยู่มหาศาล ตามข้อมูลจาก SPDR Gold Shares ซึ่งมีการตรวจสอบและรายงานปริมาณทองคำที่ถือครองอยู่ทุกวัน ดังนั้น เวลาเราซื้อหน่วยลงทุนของ Gold ETF 1 หน่วย มันจึงไม่ใช่การซื้อกระดาษเปล่า แต่คือการซื้อ 'สิทธิความเป็นเจ้าของ' ในทองคำส่วนเล็กๆ ที่กองทุนนั้นถืออยู่นั่นเองครับ

ยุคทองแห่งการเข้าถึง (กลางยุค 2000 - ปัจจุบัน): มายาคติ 'ซื้ออะไรก็เหมือนกัน'

พอ Gold ETF เริ่มเป็นที่นิยมและเข้ามาในบ้านเรา ความเชื่อผิดๆ ข้อต่อมาก็คือ 'ซื้อ Gold ETF ก็เหมือนซื้อทองแท่งแหละ ได้ผลตอบแทนเท่ากันเป๊ะๆ' อันนี้ต้องบอกว่า...เกือบใช่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดครับ และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละที่ชี้ชะตาพอร์ตของเราได้เลย

ความจริงก็คือ Gold ETF มีข้อดีอย่างมหาศาลในเรื่องของ สภาพคล่องและความสะดวก เราสามารถซื้อขายได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชัน Streaming เหมือนหุ้นตัวหนึ่ง ใช้เงินน้อยกว่าก็เริ่มลงทุนได้ และมีส่วนต่างราคาซื้อขายที่แคบกว่าทองคำจริงมาก แต่สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนมือใหม่ต้องรู้และเข้าใจให้ดีคือ 'ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ' หรือ Expense Ratio ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมรายปีที่กองทุนจะหักออกไปเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น ค่าเก็บรักษาทองคำ ค่าประกัน ค่าตรวจสอบบัญชี ค่าธรรมเนียมนี้เองที่ทำให้ ผลตอบแทนของ Gold ETF จะต่ำกว่าราคาทองคำในตลาดโลก (Spot Gold) อยู่เล็กน้อยเสมอ ตามข้อมูลจากผู้ให้บริการข้อมูลการลงทุนอย่าง Investing.com จะเห็นว่ามีการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานอยู่ตลอดเวลาครับ

ยุคทองแห่งการเข้าถึง (กลางยุค 2000 - ปัจจุบัน): มายาคติ 'ซื้ออะไรก็เหมือนกัน'

ยุคแห่งทางเลือก (ปัจจุบัน): มายาคติสุดท้าย 'ETF คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน'

มาถึงยุคปัจจุบัน ที่มีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนมากมาย ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังน่ากังวลและค่าเงินดอลลาร์ที่ผันผวน มายาคติข้อสุดท้ายที่อันตรายที่สุดคือ 'ถ้าจะลงทุนทองคำ ยังไง Gold ETF ก็ดีที่สุดสำหรับทุกคน' พี่ขอย้ำตรงนี้เลยว่า ไม่มีสินทรัพย์ใดที่เหมาะกับ 'ทุกคน' ครับ

การจะเลือกลงทุนระหว่างทองคำจริงกับ Gold ETF มันขึ้นอยู่กับ 'เป้าหมาย' ของน้องๆ แต่ละคนมากกว่า

  • ถ้าคุณเป็นนักลงทุน/นักเก็งกำไรระยะสั้น-กลาง: ที่ต้องการความคล่องตัวในการเข้าออกตลาดเพื่อจับจังหวะจากข่าวสารเศรษฐกิจ เช่น ตัวเลขเงินเฟ้อ หรือทิศทางดอกเบี้ยจาก FED Gold ETF คือเครื่องมือที่ตอบโจทย์กว่าอย่างชัดเจน เพราะมีต้นทุนการทำธุรกรรมที่ต่ำและซื้อง่ายขายคล่องกว่ามาก
  • ถ้าคุณเป็นนักลงทุนระยะยาวสุดๆ: ที่มองทองคำเป็น 'สินทรัพย์กันพัง' (Insurance Asset) หรือต้องการส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลาน และไม่ไว้ใจระบบการเงินใดๆ เลย การมี ทองคำแท่งอยู่ในมือจริงๆ อาจให้ความสบายใจได้มากกว่า เพราะมันคือสินทรัพย์ที่อยู่นอกระบบการเงินโดยสิ้นเชิง ไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา (Counterparty Risk) ครับ

บทสรุปจากใจพี่: เข้าใจเครื่องมือ แล้วเลือกให้เหมาะกับเรา

การลงทุนในทองคำได้วิวัฒนาการไปไกลมาก จากการกำทองไว้ในมือ สู่การซื้อขายผ่านหน้าจอดิจิทัล Gold ETF ไม่ใช่ 'ทองปลอม' และทองคำแท่งก็ไม่ได้ 'สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ' ทั้งสองอย่างเป็นเพียงเครื่องมือที่แตกต่างกัน ซึ่งมีไว้เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนที่ต่างกันไป เหมือนที่เรามีทั้งรถเก๋งและรถกระบะนั่นแหละครับ มันไม่มีอะไรดีกว่ากันเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มีแต่ว่า...คันไหนเหมาะกับการใช้งานของเรามากกว่า

ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจลงทุนครั้งต่อไป พี่อยากให้น้องๆ ถามตัวเองให้ชัดเจนก่อนว่า 'เป้าหมายของเราคืออะไร' แล้วค่อยเลือกเครื่องมือที่ใช่ที่สุดสำหรับเรานะครับ อย่าเชื่อทุกอย่างที่คนอื่นบอก แต่จงเชื่อในข้อมูลที่เราศึกษามาอย่างดีที่สุดครับ ลองอ่านบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญอย่าง Kitco News เพื่อติดตามข่าวสารประกอบการตัดสินใจก็ได้ครับ

แท็ก: #ลงทุนทองคำ2569 #GoldETFคืออะไร #มายาคติลงทุนทอง #ทองกระดาษVSทองจริง #คู่มือทองมือใหม่ #วิวัฒนาการทองคำ #SPDRGoldShares #เปรียบเทียบทองแท่งETF