ทองคำเดือนกุมภาพันธ์ ราคาทรงตัว...แต่ใจสั่น สงครามค่าเงินกำลังก่อตัว ทองคำจะผงาดในฐานะ Safe Haven อีกครั้งจริงหรือ
ทองคำเดือนกุมภาพันธ์ ราคาทรงตัว...แต่ใจสั่น! สงครามค่าเงินกำลังก่อตัว ทองคำจะผงาดในฐานะ Safe Haven อีกครั้งจริงหรือ?
สวัสดีครับเพื่อนๆ นักลงทุนทองคำทุกท่าน วันนี้วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ราคาทองคำในประเทศยังคงทรงตัวอยู่ที่:
- ทองแท่ง รับซื้อ: 74000.00 บาท
- ทองแท่ง ขายออก: 74200.00 บาท
- ทองรูปพรรณ รับซื้อ: 72525.44 บาท
- ทองรูปพรรณ ขายออก: 75000.00 บาท
- เปลี่ยนแปลง: 0.00 บาท
แม้ตัวเลขจะนิ่งๆ แบบนี้ แต่เอาจริงๆ แล้วสถานการณ์โลกตอนนี้มันไม่นิ่งเลยครับ มีหลายปัจจัยที่พร้อมจะทำให้ราคาทองคำผันผวนได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงเรื่องสงครามค่าเงินที่กำลังก่อตัวขึ้น

จับตาสงครามค่าเงิน: ทองคำจะกลับมาเป็นพระเอก?
นักวิเคราะห์จากหลายสำนักมองว่า ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของเศรษฐกิจโลกครับ การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา สร้างแรงกดดันให้กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีหนี้สินเป็นสกุลเงินดอลลาร์ Bloomberg รายงานว่า หลายประเทศเริ่มออกมาตรการเพื่อปกป้องค่าเงินของตัวเอง ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเงินระหว่างประเทศ หรือที่เรียกว่า "สงครามค่าเงิน" ได้ครับ
ในช่วงเวลาที่ค่าเงินผันผวนและมีความไม่แน่นอนสูง ทองคำมักจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่นักลงทุนหันมาถือครองเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ดังนั้น ถ้าสงครามค่าเงินเกิดขึ้นจริง ราคาทองคำอาจจะพุ่งสูงขึ้นได้อีกครั้งครับ
ปัจจัยหนุนราคาทองคำ: เงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ย
นอกจากความเสี่ยงเรื่องสงครามค่าเงินแล้ว ปัจจัยอื่นๆ ที่ยังคงหนุนราคาทองคำก็คือ อัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และ นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ครับ แม้ว่า Fed จะเริ่มชะลอการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ Federal Reserve คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% ไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อครับ

ตรุษจีนและวาเลนไทน์: แรงหนุนระยะสั้นของทองรูปพรรณ
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ เรามักจะเห็นความต้องการทองรูปพรรณเพิ่มขึ้นครับ โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก Shanghai Gold Exchange รายงานว่า ปริมาณการซื้อขายทองคำในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม แรงหนุนจากเทศกาลเหล่านี้มักจะเป็นปัจจัยระยะสั้น และไม่ได้มีผลกระทบต่อราคาทองคำในระยะยาวมากนักครับ
วิเคราะห์ทางเทคนิค: Fibonacci Retracement กับจุดกลับตัวของราคาทองคำ
ในส่วนของการวิเคราะห์ทางเทคนิค ผมขอใช้ Fibonacci Retracement เพื่อหาจุดกลับตัวที่เป็นไปได้ของราคาทองคำครับ จากกราฟราคาทองคำในอดีต เราจะเห็นว่าระดับ Fibonacci Retracement มักจะเป็นแนวรับและแนวต้านที่สำคัญ หากราคาทองคำสามารถทะลุแนวต้านที่ระดับ 1,850 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ได้ ก็มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 1,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ได้ครับ แต่ถ้าไม่สามารถทะลุได้ ก็อาจจะมีการปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับที่ระดับ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ครับ

คำแนะนำสำหรับนักลงทุน: วางแผนรับมือความผันผวน
สำหรับนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่แล้ว ผมแนะนำให้ถือต่อไปครับ เพราะทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในระยะยาว แต่ก็ควรระมัดระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการซื้อทองคำ ผมแนะนำให้รอจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาใกล้แนวรับ แล้วค่อยเข้าซื้อครับ และอย่าลืมกระจายความเสี่ยงในการลงทุนด้วยนะครับ
สรุปคือ ราคาทองคำตอนนี้เหมือนยืนอยู่บนปากเหวครับ มีโอกาสทั้งขึ้นและลง นักลงทุนต้องติดตามข่าวสารและสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด และวางแผนการลงทุนให้รอบคอบครับ ถ้าถามผมว่าควรทำยังไง ผมว่า “อย่าประมาท” ครับ แล้วการลงทุนในทองคำก็จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าแน่นอนครับ